นาฏยศิลป์ไทย
ขอบเขตของเนื้อหา
- บทความ
- พื้นฐานท่ารำเบื้องต้น
- ชุดการแสดงที่ใช้ในโอกาสต่างๆ
บทความ
นาฏยศิลป์ไทย เป็นสาขาวิชาหนึ่งที่รวมเอาองค์ความรู้ทั้งทางศาสตร์และศิลป์โดยพื้นฐานของความคิดอย่างชาญฉลาดของศิลปินรุ่นเก่า เป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากภูมิปัญญาไทยที่งดงาม ทั้งวัฒนธรรมการแต่งกาย ภาษาและสัญลักษณ์ของการสื่อสารของมนุษย์ ศิลปะวิจิตรศิลป์ซึ่งเป็นภูมิปัญญาทางช่างไทยแต่โบราณ มาไว้อยู่ที่เดียวกัน ทำให้ผู้ชมเกิดสุนทรียภาพในการชมและประทับใจตราตรึงทำให้มีการสืบทอดมาแต่อดีตจนปัจจุบัน
การศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานทางการแสดงนาฏยศิลป์ไทยจะทำให้ผู้เรียนมีความกระจ่างมีความลึกซึ้ง เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนนาฏยศิลป์ไทย พร้อมที่จะอนุรักษ์และเผยแพร่เพื่อให้ศาสตร์ดังกล่าวนี้ดำรงอยู่เป็นเอกลักษณ์ไทยสืบไป ดังนั้น การศึกษารูปแบบของนาฏยศิลป์ไทย จะต้องเข้าใจแหล่งที่มาและรูปลักษณ์ กล่าวคือ ต้องเข้าใจความหมายของนาฏยศิลป์ไทย ที่มาของนาฏศิลป์ไทย องค์ประกอบของการแสดงนาฏยศิลป์ไทย และประเภทของการแสดงนาฏยศิลป์ไทย
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/348774
พื้นฐานท่ารำเบื้องต้น
ลักษณะการรำเบื้องต้นประกอบด้วย "นาฏยศัพท์" ต่อไปนี้
1. จีบ เป็นอาการของมือ
โดยการเอานิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือ บรรจบกันให้ปลายนิ้ว
หัวแม่มือจรดข้อที่หนึ่่งของนิ้วชี้
ส่วนนิ้วที่เหลือทั้งสามเหยียดตรงและกรีดอกไปเป็นเหมือนรูปพัด การจีบมีหลักอยู่ว่า
ต้องหักข้อมือเข้าหาลำแขนเสมอ จีบมีหลายลักษณะได้แก่
- จีบหงาย คือ หงายข้อมือให้ปลายนิ้วชี้ขึ้นข้างบน
- จีบคว่ำ คือ คว่ำข้อมือลงให้ปลายนิ้วตกลง
- จีบตลบข้าง(จีบปรกข้าง) คือ การจีบที่บอกตำแหน่ง ซึ่งเป็นวงบนปลายนิ้วจะชี้เข้าที่ระดับศีรษะ
- จีบตลบหลัง(จีบปรกหน้า) คือ การจีบที่บอกตำแหน่ง ซึ่งเป็นวงบน แต่ยื่นมือมาข้างหน้า
- จีบหลัง คือ การส่งแขนไปข้างหลังและพลิกข้อมือให้ปลายนิ้วขี้ของจีบชี้ขึ้นข้างบน
- จีบล่อแก้ว คือ การใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนเล็บของนิ้วกลางให้เป็นรูปวงกลมคล้ายลูกแก้วอยู่ในมือ ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดตึง
2. ตั้งวง คือ อาการยกแขนให้ได้ส่วนโค้งส่งและมือตั้งแบบทั้งสี่นิ้ว นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย หักข้อมือเข้าหาลำแขน วงต่างๆ จะเรียกตามตำแหน่งที่นำไปใช้ เช่น วงบน วงกลาง วงล่าง โดยยึดเอาปลายนิ้วเป็นเกณฑ์
3. ปาดมือ(ปาดแขนงอ) เป็นการเคลื่อนลำแขนเข้าออก และงออยู่ตลอดเวลา
4. เดินมือ คือ การเคลื่อนแขนและมือ
5. จรด คือ การใช้จมูกเท้าแตะลงกับพื้น โดยยกส้นเท้าขึ้น
6. วางส้นเท้า คือ การเอาส้นเท้าข้างใดข้างหนึ่งวางลงบนพื้นเบาๆ ข้างเท้าอีกข้างหนึ่ง
7.สะดุด คือ อาการของเท้าที่เคลื่อนไหวประกอบท่ารำ
8.กล่อมไหล่ เป็นการใช้ไหล่ เคลื่อนไหวโดยการหมุนและเอียงคอช้าๆ
9.โย้ตัว เป็นอาการของลำตัวเป็นหลัก และมีการถ่ายน้ำหนักไปทางที่โยนตัวไปทางนั้น
http://www.oknation.net/blog/nanathaiart/2013/02/09/entry-2
ชุดการแสดงที่ใช้ในโอกาสต่างๆ
การแสดงนาฏยศิลป์ไทยภาคใต้
โนรา เป็นนาฏยศิลป์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในบรรดาศิลปะการแสดงของภาคใต้ มีความสุขยั่งยืนมานับเป็นเวลาหลายร้อยปี การแสดงโนราเน้นท่ารำเป็นสำคัญ ต่อมาได้นำเรื่องราวจากวรรณคดีหรือนิทานท้องถิ่นมาใช้ในการแสดง เรื่องพระสุธนมโนห์รา เป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่การแสดงมากที่สุดจนเป็นเหตุให้เรียกการแสดงนี้ว่า มโนห์รา
ตามตำนานของชาวใต้เกี่ยวกับกำเนิดของโนรา มีความเป็นมาหลายตำนาน เช่น ตำนานโนรา จังหวัดตรัง จงหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง มีความแตกต่างกันทั้งชื่อที่ปรากฎในเรื่องและเนื้อเรื่องบางตอน ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจาก ความคิด ความเชื่อ ตลอดจนวิธีสืบทอดที่ต่างกัน จึงทำให้รายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละตำนานแตกต่างกัน
จากการศึกษาท่ารำอย่างละเอียดจะเห็นว่าท่ารำที่สืบทอดกันมานั้น ได้มาจากความประทับใจที่มีต่อธรรมชาติ เช่น ท่าลีลาของสัตว์บางชนิด มีท่ามัจฉา ท่ากวางเดินดง ท่านกแขกเต้าเข้ารัง ท่าหงส์บิน ท่ายูงฟ้อนหาง ฯลฯ ท่าเกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ท่าพระจันทร์ทรงกลด ท่ากระต่ายชมจันทร์ ต่อมาเมื่อได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียเข้ามาก็มี ท่าพระลักษณ์แผลงศร ท่าพระรามน้าวศิลป์ และท่าพระพุทธเจ้าห้ามมาร ท่ารำและศิลปะการรำต่างๆ ของโนรา ท่าผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าเป็นต้นแบบของละครชาตรี และการรำแม่บทของรำไทยด้วย
ท่ารำโนรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้ที่ฝึกหัดนาฏยศิลป์ของภาคกลางแล้วจะรำท่าของโนราไม่สวย เพราะการทรงตัว การทอดแขน ตั้งวงหรือลีลาต่างๆ ไมเหมือนกัน ผู้ที่จะรำโนราได้สวยงามจะต้องมีพื้นฐานการทรงตัว ดังนี้
- ช่วงลำตัว จะต้องแอ่นอกอยู่เสมอ หลังจะต้องแอ่นและลำตัวยื่นไปข้างหน้า ไม่ว่าจะรำท่าไหน หลังจะต้องมีพื้นฐานการวางตัวเช่นนี้เสมอ
- ช่วงวงหน้า วงหน้า หมายถึง ส่วนลำคอกระทั่งศีรษะ จะต้องเชิดหน้าหรือแหงนขึ้นเล็กน้อยในขณะรำ
- ช่วงหลัง ส่วนก้นจะต้องงอนเล้กน้อย การย่อตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การรำโนรานั้น ลำตัวหรือทุกส่วนจะต้องย่อลงเล็กน้อย นอกจากย่อลำตัวแล้วเขาจะต้องย่อลงด้วย
วิธีการแสดง การแสดงโนรา เริ่มต้นจากการลงโรง (โหมโรง) กาดโรงหรือกาดครู (เชิญครู) "พิธีกาดครู" ในโนราถือว่าครูเป็นเรื่องสำคัญมาก ฉะนั้นก่อนที่จะรำจะต้องไหว้ครู เชิญครูมาคุ้มกันรักษา หลายตอนมีการรำพัน สรรเสริญครู สรรเสริญคุณมารดา เป็นต้น
นาฏยศิลป์ไทยเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่สร้างสรรค์สุนทรียะด้านจิตใจและอารมณ์ให้กับคนในสังคมและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่สามารถสะท้อนวิถีชีวิตและกิจกรรมของคนในสังคม ทั้งที่เป็นกิจกรรมส่วนตัวและกิจกรรมส่วนรวม ดังพิการณาได้จากบทบาทของนาฏศิลป์ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทางด้านต่างๆ เช่น บทบาทในพิธีกรรมรัฐพิธีและราชพิธี การแสดงนาฏศิลป์ในพิธีกรรมต่างๆ สามารถแสดงถึงความเชื่อในพลังเหนือธรรมชาติของภูตผีปีศาจและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เช่น การฟ้อนรำ ในพิธีรำผีฟ้าเพื่อรักษาโรคหรือสะเดาะเคราะห์ของคนภาคอีสาน การฟ้อนผีมดผีเม็งในภาคเหนือ ที่จะมีผู้หญิงมาเข้าทรง เป็นต้น
http://www.oknation.net/blog/nanathaiart/2013/02/09/entry-2
ชุดการแสดงที่ใช้ในโอกาสต่างๆ
การแสดงนาฏยศิลป์ไทยภาคใต้
ตามตำนานของชาวใต้เกี่ยวกับกำเนิดของโนรา มีความเป็นมาหลายตำนาน เช่น ตำนานโนรา จังหวัดตรัง จงหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง มีความแตกต่างกันทั้งชื่อที่ปรากฎในเรื่องและเนื้อเรื่องบางตอน ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจาก ความคิด ความเชื่อ ตลอดจนวิธีสืบทอดที่ต่างกัน จึงทำให้รายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละตำนานแตกต่างกัน
จากการศึกษาท่ารำอย่างละเอียดจะเห็นว่าท่ารำที่สืบทอดกันมานั้น ได้มาจากความประทับใจที่มีต่อธรรมชาติ เช่น ท่าลีลาของสัตว์บางชนิด มีท่ามัจฉา ท่ากวางเดินดง ท่านกแขกเต้าเข้ารัง ท่าหงส์บิน ท่ายูงฟ้อนหาง ฯลฯ ท่าเกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ท่าพระจันทร์ทรงกลด ท่ากระต่ายชมจันทร์ ต่อมาเมื่อได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียเข้ามาก็มี ท่าพระลักษณ์แผลงศร ท่าพระรามน้าวศิลป์ และท่าพระพุทธเจ้าห้ามมาร ท่ารำและศิลปะการรำต่างๆ ของโนรา ท่าผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าเป็นต้นแบบของละครชาตรี และการรำแม่บทของรำไทยด้วย
ท่ารำโนรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้ที่ฝึกหัดนาฏยศิลป์ของภาคกลางแล้วจะรำท่าของโนราไม่สวย เพราะการทรงตัว การทอดแขน ตั้งวงหรือลีลาต่างๆ ไมเหมือนกัน ผู้ที่จะรำโนราได้สวยงามจะต้องมีพื้นฐานการทรงตัว ดังนี้
- ช่วงลำตัว จะต้องแอ่นอกอยู่เสมอ หลังจะต้องแอ่นและลำตัวยื่นไปข้างหน้า ไม่ว่าจะรำท่าไหน หลังจะต้องมีพื้นฐานการวางตัวเช่นนี้เสมอ
- ช่วงวงหน้า วงหน้า หมายถึง ส่วนลำคอกระทั่งศีรษะ จะต้องเชิดหน้าหรือแหงนขึ้นเล็กน้อยในขณะรำ
- ช่วงหลัง ส่วนก้นจะต้องงอนเล้กน้อย การย่อตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การรำโนรานั้น ลำตัวหรือทุกส่วนจะต้องย่อลงเล็กน้อย นอกจากย่อลำตัวแล้วเขาจะต้องย่อลงด้วย
วิธีการแสดง การแสดงโนรา เริ่มต้นจากการลงโรง (โหมโรง) กาดโรงหรือกาดครู (เชิญครู) "พิธีกาดครู" ในโนราถือว่าครูเป็นเรื่องสำคัญมาก ฉะนั้นก่อนที่จะรำจะต้องไหว้ครู เชิญครูมาคุ้มกันรักษา หลายตอนมีการรำพัน สรรเสริญครู สรรเสริญคุณมารดา เป็นต้น
นาฏยศิลป์ไทยเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่สร้างสรรค์สุนทรียะด้านจิตใจและอารมณ์ให้กับคนในสังคมและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่สามารถสะท้อนวิถีชีวิตและกิจกรรมของคนในสังคม ทั้งที่เป็นกิจกรรมส่วนตัวและกิจกรรมส่วนรวม ดังพิการณาได้จากบทบาทของนาฏศิลป์ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทางด้านต่างๆ เช่น บทบาทในพิธีกรรมรัฐพิธีและราชพิธี การแสดงนาฏศิลป์ในพิธีกรรมต่างๆ สามารถแสดงถึงความเชื่อในพลังเหนือธรรมชาติของภูตผีปีศาจและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เช่น การฟ้อนรำ ในพิธีรำผีฟ้าเพื่อรักษาโรคหรือสะเดาะเคราะห์ของคนภาคอีสาน การฟ้อนผีมดผีเม็งในภาคเหนือ ที่จะมีผู้หญิงมาเข้าทรง เป็นต้น
บรรณาณุกรม
พื้นฐานนาฏยศิลป์ไทย
รูปภาพ
http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000013502001.JPEG http://dmhost2.psu.ac.th/~artscul/images/20.jpg
พื้นฐานนาฏยศิลป์ไทย
http://www.oknation.net/blog/nanathaiart/2013/02/09/entry-2
ค้นคว้าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2558
http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000013502001.JPEG http://dmhost2.psu.ac.th/~artscul/images/20.jpg
พื้นฐานนาฏยศิลป์ไทย
http://www.oknation.net/blog/nanathaiart/2013/02/09/entry-2
ค้นคว้าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2558




ให้ความรู้มากเลยคะ
ตอบลบ