วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน


บทที่ 1 แนวคิดและแนวโน้มเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศยุคใหม่


1. ข้อมูลหมายถึง
          ตอบ ข้อมูลคือของตัวแปรในเชิงคุณภาพหรือปริมาณ ที่อยู่ในความควบคุมของกลุ่มของสิง่ต่างๆ

2. ข้อมูลปฐมภูมิคือ
           ตอบ เป็นข้อมูลที่ได้มาจากการที่ผู้ใช้เป็นผู้เก็ยข้อมูลโดยตรง ซึ่งอาจจะเก็บด้วยการสัมภาษณ์หรือสังเกตการณ์ เป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด เนื่องจากยังไม่มีการเปลี่ยนรูป และมีรายละเอียดตามที่ผู้ใช้ต้องการแต่จะต้องเสียงเวลาและค่าใช้จ่ายมาก
ยกตัวอย่างประกอบ ข้อมูลที่ได้จากการนับจำนวนรถที่ เข้า - ออก มหาวิทยาลัยช่วงเวลา 08.00 - 10.00 น. ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นักศึกษา

3. ข้อมูลทุติยภูมิคือ
          ตอบ ข้อมูลที่มีผู้อื่นรวบรวมไว้ให้แล้ว บางครั้งอาจจะมีการประมวลผลเพื่อเป็นสารสนเทศใช้ข้อมูลไม่จำเป็นต้องไปสำรวจเอง ดังตัวอย่าง ข้อมูลถิติต่างๆ 
ที่หน่วยงานรัฐบาลทำไว้แแล้ว เช่น สถิติจำนวนประชากรแต่ละจังหวัด สถิติการส่ง
สินค้าออก สถิติการนำสินค้าเข้า ข้อมูลเหล่านี้มีการตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อให้ใช้งานได้หรือนำเอาไปประมวลผลต่อ
ยกตัวอย่างประกอบ สถิติเกิดของประชากรในแต่ละปีที่ผ่านมา มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นมากเพียงใด

4. สารสนเทศหมายถึง
         ตอบ ข่าวสารที่ได้มีการจัดการไม่ว่าจะเป็นการคิดคำนวณ ประมวลผลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ ได้มีการคัดเลือกสรรและนำไปใช้ให้ทันต่อความต้องการในการใช้งานและทันเวลา

5. จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ
          ตอบ การแบ่งประเภทสารสนเทศมีความหลากหลายแล้วแต่จะใช้องค์ประกอบใดเป็นหลัก สารสนเทศแบ่งตามหลักคุณภาพ แบ่งสารสนเทศเป็น 2 ประเภท คือ
          1. สารสนเทศที่เชื่อถือได้ เช่น ข้อเท็จจริง สถิติ ตัวเลข ที่นำเสนออย่างเป็นทางการ สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการตัดสินใจและการวางแผนได้
           2. สารสนเทศที่เชื่อถือได้น้อย เช่น ความคิดเห็น สามัญสำนึก ความรู้ทั่วไปที่นำเสนออย่างไม่เป็นทางการ

6. ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลข ข้อความ รูปภาพ เสียงคือ
           ตอบ โสตทัศนวัสดุ

7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็น
            ตอบ สารสนเทศ

8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจสากเพื่อนแต่ละคนเป็นแหล่งสารสนเทศที่เป็น 
            ตอบ บุคคล

9. ผลการลงทะเบียนเป็น
            ตอบ แหล่งทุติยภูมิ

10. กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน section วันอังคารเป็น
            ตอบ แหล่งทุติยภูมิ


       
บทที่ 2 บทบาทสารสนเทศ


1. ให้นิสิตหารายชื่อเว็ปไซต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่างๆ ตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ 3 รายการ
      1.1 การประยุกต์ให้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาวิชาศึกษา
          - Eduzones
          - Wikipedia
          - Dek-d

      1.2 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน
          - กรมพัฒนาธุรกิจ
          - ธนาคารไทยพาณิชย์
          - ธนาคารกรุงไทย

      1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน
           - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
           - GossipSter
           - SANOOK! New

      1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
           - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
           - ผลิตภัณฑ์และอุสาหกรรม
           - กรมโรงงานอุสาหกรรม

      1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์
           - กระทรวงสาธารณสุข
           - สถาบันแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ)
           - สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร

      1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ
           - กองทัพบก
           - รับสมัครทหาารกองหนุน
           - แจ้งเบาะแสออนไลน์

      1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยรสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม
           - สมาคมวิศวกรที่ปรึษาแห่งประเทศไทย
           - สภาวิศวกร
           - โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

      1.8 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพเกษตรกรรม
           - ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเกษตรกรรม
           - กศนเพื่อคนพิการ
           - การเกษตรจากชุมพร

      1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทคที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ
           - กรมส่งเสริมแลพพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
           - กศนเพื่อคนพิการ
           - สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ

2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทคด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง บอกมาอย่างน้อย 3 อย่าง
           - ห้องสมุดดิจิติล
           - ตู้ถอนเงินอัตโตมัติ
           - โปรเจคเตอร์

3. จากข้อ 2 จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง
            - ห้องหมุดดิจิตอลมีพื้นที่พอสำหรับนักศึกษาว่าต้องการไปค้นหาความรู้โดยใช้อินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งสะดวกและใช้งานง่าย




บทที่ 3 การรู้สารสนเทศ


1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
           ตอบ ง. ความสามารถของของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิณและใช้งานสารสนเทศ

2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญสุด
           ตอบ ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสรสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
           ตอบ ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม

4. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
          ตอบ ค. สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง

5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
 1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
 2. ความสารถในการประเมิณสารสนเทศ
 3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
 4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
 5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
           ตอบ ค. 5-4-1-2-3



บทที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ


1. ให้นิสิปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
 1) การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล
     - CD
     - บัตร ATM
     - Memory Card
 2) การแสดงผล
     - จอภาพ
     - เครื่องพิมพ์
     - พลอตเตอร์ 
 3) การประมวลผล
     - เครื่องคิดเลข
     - ฮาร์ดแวร์
     - ซอฟแวร์
 4) การสื่อสารและเครือข่าย
     - โทรศัพท์มือถือ
     - IPad
     - IPod

2. ให้นิสิตนำตัวเลขในว่างขวา มาเตอลงหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความสัมพันธ์กัน
   
(3) ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
(10) Information Technology
2. e-Revenue
(7) คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
(4) เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4. มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder
(1) ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
(8) ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(9) การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
(6) EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
(5) การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
(2) บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ



บทที่ 5 การจัดการสารสนเทศ


1. จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
          ตอบ การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีระบบสารสนเทศ การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ในการจัดการ รวมทั้งมีนโยบายหรือกลยุทธ์ระดับองค์กรในการจัดการสารสนเทศ

2. การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลและต่อองค์กรอย่างไร
          ตอบ 1. ความสำคัญของการจัดการสารต่อบุคคล คือ การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกาา และการทำงานประกอบอาชีพ ต่างๆ การจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ โดยการจัดทำฐานข้อมูลส่วนบุคคล รวบรวมทั้งข้อมูลการดำรงชีวิต การศึกาา และการทำงานประกอบอาชีพต่างๆ ในการดำรงชีวิตประจำวัน
                  2. ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อองค์กร คือ
          1) ความสำคัญด้านการบริหารจัดการ การบริหารจัดการในยุคโลกาภิวัฒน์เป็นการบริหารภายใต้สภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันกันทางธุริกิจสูง ผู้บริหารต้องอาศัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดภายในและนอกองค์กร เพื่อวิเคราะห์ปัญหาจึงจำเป็นต้องได้รับสารสนเทศ ที่เหมาะสม ถูกต้อง ครบถ้วน ทันการณ์ และทันสมัย เพื่อใช้ประกอบภารกิจตามหน้าที่ ตามระดับการบิรหาร การจัดการสารสนเทศจึงนับว่ามีความสำคัญ ความจำเป็นที่ต้องมีการออกแบบระบบการจัดการสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ
          2) ความสำคัญด้านการดำเนินงาน สารสนเทศนับว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินงานในหลายลักษณะ เป็นทั้งการเพิ่ใประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน และหลักฐานที่บันทึกการดำเนินงานในด้านต่างๆ ตามที่หน่วยงานดำเนินการ การจัดการสารสนเทศช่วยให้การใช้สารสนเทศเพื่อนรับรองการปฏิบัติงานตามกระแสงานหรือขั้นตอน จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน เอื้อให้เข้าถึงและใช้สารสนเทศได้อย่างสะดวก
          3) ความสามารถด้านกฎหมาย การจัดการสารสนเทศเพื่อการดำเนินงาน จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับทั้งในระดับภายในและนอกองค์กร โดยเฉพาะสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินและบัญชีที่ต้องรวบรวมจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ

3. พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
          ตอบ แบ่งอย่างกว้างๆได้เป็น 2 ยุค ดังนี้
          1) การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
          2) การจัดการสารสนเทศดดยใช้คอมพิวเตอร์

4. จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวัน มาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
           ตอบ 1) การหาข้อมูลในการทำงานส่งอาจารย์
                   2) การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องการซื้อ
                   3) การบริโภคข้อมูลในเฟสบุคอย่างมีสติ




บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน


1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
          ตอบ 2. เทคโนโลยี

2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการส่งเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
          ตอบ 3. การสร้างสื่อความพิวเตอร์ช่วยสอน

3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
          ตอบ 1. ระบบอัตโนมัติ

4.ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
          ตอบ 4. ถูกทุกข้อ

5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
          ตอบ 3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตรอ์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ

6. เครื่องมือที่สำคัญในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
          ตอบ 4. ถูกทุกข้อ

7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
          ตอบ 4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ

8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
          ตอบ 3. เครื่องมินิคอมพิวเตอร์

9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ?
          ตอบ 3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
         ตอบ 4. ถูกทุกข้อ




บทที่ 7 ความปลอดภัยของสารสนเทศ


1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คือ 
          ตอบ เป็นตัวกรองข้อมูลสื่อสาร โดยการกำหนดกฎและระเบียบมาบังคับใช้โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลระบบเครือข่าย โดยความผิดพลาดของการปรับแต่งอาจส่งผลทำให้ไฟร์วอลล์มีช่องโหว่ และนำไปสู้สาเหตุของการโจรกรรมข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้

2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ wom,virus computer,spy ware,adware มาอย่างน้อย 1 โปรแกรม
        ตอบ virus computer คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่ง ที่มนุษย์เขียนขึ้นมา มีวัตถุประสงค์เพื่อรบกวนการทำงานหรือทำลายข้อมูล รวมถึงแฟ้มข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ลักษณะการติดต่อของไวรัสคอมพิวเตอร์ คือไวรัสจะนำพาตัวเองไปติด (Attach) กับโปรแกรมดังกล่าวก็เป็นเสมือนดปรแกรมพาหะในการนำพาไวรัสแพร่กระจายไปยังโปรแกรมหรือระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ หรือแม้กระทั่งแพร่กระจายในระบบเครือข่ายต่อไป

3. ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง
          ตอบ 1) Application virus จะมีผลหรือมีการแพร่กระจายไปยังโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ
                  2) system vieuses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือแพร่กระจายในโปรแกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ (Operating systems) หรือโปรแกรมระบบอื่นๆ โดยไวรัสชนิดนี้นี้มักจะแพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่องคิมพิวเตอร์

4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ
          ตอบ 1) ใช้โปรแกรมสแกนไวรัส
                   2) เปิดระบบป้องกันของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า ไฟร์วอลล์ (Firewall)
                   3) การนำ Proxy เข้ามาทำงานร่วมกับไฟล์วอลล์โดยเป็นการติดต่อผ่าน Proxy Server เพื่อป้องกันระบบ Internet ให้ปลอดภัย
                   4) ไม่กดโหลดอะไรมั่วๆ ควรอ่านให้ดีก่อน
                   5) ไม่คลิกโฆษณาหน้าเว็บไซต์ต่างๆ

5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่
          ตอบ 1) ICT Gate Keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเตอร์เน็ตบนเครือข่ายและวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Gateway) พัฒนาซอฟต์แวร์นี้โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังปิดกั้นข้อมูล ไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง
                   2) House Keeper ซึ่งจัดทำเป็นแผ่นซีดีรอม และแจกฟรีให้ผู้ปกครองหรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวง โปรแกรมนี้จะมี 3 ส่วน
                        - ส่วนแรก คิดดี้แคร์ ปิดกั้นเว็บไซต์อนาจารและเว็บที่ไม่เหมาะสมที่กระทรวงไอซีที มีข้อมูลคาดว่าจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
                        - ต่อมาเป็นส่วนพีเพิลคลีน ติดไอคอนไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะคลิกเข้าไปเมื่อพบภาพลามากอนาจาร ประชาชนจึงสามารถเข้ามามีบทบาทช่วยเฝ้าระวังภัยได้เช่นกัน
                        - ส่วนสุดท้าย สมาร์ทเกมเมอร์ (smart Gammer) แก้ปัญหาการติดเกม และควบคุมการเล่นเกมของเด็กๆ ผู้ปกครองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาของการเล่นเกมและช่วยดูแลเรื่องความรุนแรงของเกม แต่ละส่วนนี้คงต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา





บทที่ 8 การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม


1. "นาย A ทำการเรียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่ เป็นเพื่อนสนิทของ นายA ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้ง นางสาว C เมื่อ นางสาว C ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลอง" การกระทำอย่างนี้ผิดจริยธรรมหรือผิดกฎหมาย ใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
          ตอบ ผิดทางกฎหมาย มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากทำโปรแกรมเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์และทำให้ผู้อื่นเสียหาย และหากนาย B นำโปรแกรมไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตก็ผิดเช่นเดียวกัน เพราะไม่ใช่โปรแกรมที่นำไปเผยแพร่ เป็นโปรแกรมสร้างมาเพื่อทดลองในงานวิจัย ดั้งนั้น จึงผิดทั้งจริยธรรมและทางกฎหมาย โดยที่นางสาว C ก็ผิดเช่นเดียวกัน

2. "นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้ง รูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้การอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียนในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของ นาย J " การกระทำอย่างนี้ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
        ตอบ ไม่ผิด เพราะ เด็กชาย K ทำรายงานเพื่อการศึกษา และเนื้อหาก็มีส่วนของอ้างอิงที่แสดงถึงตัวผู้ที่น่าเชื่อถือ




วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ท่ารำเบื้องต้น



ท่ารำเบื้องต้น






         - จรดเท้า



         - จีบหงาย



           - ตั้งวงล่าง




          - ตั้งวงบน




         - กรายมือ




         - ลักคอ


นาฏยศิลป์ไทย



นาฏยศิลป์ไทย






ขอบเขตของเนื้อหา
-         บทความ
-         พื้นฐานท่ารำเบื้องต้น
-        ชุดการแสดงที่ใช้ในโอกาสต่างๆ


บทความ
              นาฏยศิลป์ไทย เป็นสาขาวิชาหนึ่งที่รวมเอาองค์ความรู้ทั้งทางศาสตร์และศิลป์โดยพื้นฐานของความคิดอย่างชาญฉลาดของศิลปินรุ่นเก่า เป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากภูมิปัญญาไทยที่งดงาม ทั้งวัฒนธรรมการแต่งกาย ภาษาและสัญลักษณ์ของการสื่อสารของมนุษย์ ศิลปะวิจิตรศิลป์ซึ่งเป็นภูมิปัญญาทางช่างไทยแต่โบราณ มาไว้อยู่ที่เดียวกัน ทำให้ผู้ชมเกิดสุนทรียภาพในการชมและประทับใจตราตรึงทำให้มีการสืบทอดมาแต่อดีตจนปัจจุบัน

การศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานทางการแสดงนาฏยศิลป์ไทยจะทำให้ผู้เรียนมีความกระจ่างมีความลึกซึ้ง เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนนาฏยศิลป์ไทย พร้อมที่จะอนุรักษ์และเผยแพร่เพื่อให้ศาสตร์ดังกล่าวนี้ดำรงอยู่เป็นเอกลักษณ์ไทยสืบไป ดังนั้น การศึกษารูปแบบของนาฏยศิลป์ไทย จะต้องเข้าใจแหล่งที่มาและรูปลักษณ์ กล่าวคือ ต้องเข้าใจความหมายของนาฏยศิลป์ไทย ที่มาของนาฏศิลป์ไทย องค์ประกอบของการแสดงนาฏยศิลป์ไทย และประเภทของการแสดงนาฏยศิลป์ไทย
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/348774


พื้นฐานท่ารำเบื้องต้น

                    ลักษณะการรำเบื้องต้นประกอบด้วย "นาฏยศัพท์" ต่อไปนี้

            1. จีบ เป็นอาการของมือ โดยการเอานิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือ บรรจบกันให้ปลายนิ้ว หัวแม่มือจรดข้อที่หนึ่่งของนิ้วชี้ ส่วนนิ้วที่เหลือทั้งสามเหยียดตรงและกรีดอกไปเป็นเหมือนรูปพัด การจีบมีหลักอยู่ว่า ต้องหักข้อมือเข้าหาลำแขนเสมอ จีบมีหลายลักษณะได้แก่

           - จีบหงาย คือ หงายข้อมือให้ปลายนิ้วชี้ขึ้นข้างบน
           - จีบคว่ำ คือ คว่ำข้อมือลงให้ปลายนิ้วตกลง
           - จีบตลบข้าง(จีบปรกข้าง) คือ การจีบที่บอกตำแหน่ง ซึ่งเป็นวงบนปลายนิ้วจะชี้เข้าที่ระดับศีรษะ
           - จีบตลบหลัง(จีบปรกหน้า) คือ การจีบที่บอกตำแหน่ง ซึ่งเป็นวงบน แต่ยื่นมือมาข้างหน้า
           - จีบหลัง คือ การส่งแขนไปข้างหลังและพลิกข้อมือให้ปลายนิ้วขี้ของจีบชี้ขึ้นข้างบน
           - จีบล่อแก้ว คือ การใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนเล็บของนิ้วกลางให้เป็นรูปวงกลมคล้ายลูกแก้วอยู่ในมือ ส่วนนิ้วที่เหลือกรีดตึง




            2. ตั้งวง คือ อาการยกแขนให้ได้ส่วนโค้งส่งและมือตั้งแบบทั้งสี่นิ้ว นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย หักข้อมือเข้าหาลำแขน วงต่างๆ จะเรียกตามตำแหน่งที่นำไปใช้ เช่น วงบน วงกลาง วงล่าง โดยยึดเอาปลายนิ้วเป็นเกณฑ์



            3. ปาดมือ(ปาดแขนงอ) เป็นการเคลื่อนลำแขนเข้าออก และงออยู่ตลอดเวลา
            4. เดินมือ คือ การเคลื่อนแขนและมือ
            5. จรด คือ การใช้จมูกเท้าแตะลงกับพื้น โดยยกส้นเท้าขึ้น
            6. วางส้นเท้า คือ การเอาส้นเท้าข้างใดข้างหนึ่งวางลงบนพื้นเบาๆ ข้างเท้าอีกข้างหนึ่ง
            7.สะดุด คือ อาการของเท้าที่เคลื่อนไหวประกอบท่ารำ
            8.กล่อมไหล่ เป็นการใช้ไหล่ เคลื่อนไหวโดยการหมุนและเอียงคอช้าๆ
            9.โย้ตัว เป็นอาการของลำตัวเป็นหลัก และมีการถ่ายน้ำหนักไปทางที่โยนตัวไปทางนั้น
http://www.oknation.net/blog/nanathaiart/2013/02/09/entry-2


ชุดการแสดงที่ใช้ในโอกาสต่างๆ

                  การแสดงนาฏยศิลป์ไทยภาคใต้ 




               โนรา เป็นนาฏยศิลป์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในบรรดาศิลปะการแสดงของภาคใต้ มีความสุขยั่งยืนมานับเป็นเวลาหลายร้อยปี การแสดงโนราเน้นท่ารำเป็นสำคัญ ต่อมาได้นำเรื่องราวจากวรรณคดีหรือนิทานท้องถิ่นมาใช้ในการแสดง เรื่องพระสุธนมโนห์รา เป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่การแสดงมากที่สุดจนเป็นเหตุให้เรียกการแสดงนี้ว่า มโนห์รา

                 ตามตำนานของชาวใต้เกี่ยวกับกำเนิดของโนรา มีความเป็นมาหลายตำนาน เช่น ตำนานโนรา จังหวัดตรัง จงหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง มีความแตกต่างกันทั้งชื่อที่ปรากฎในเรื่องและเนื้อเรื่องบางตอน ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจาก ความคิด ความเชื่อ ตลอดจนวิธีสืบทอดที่ต่างกัน จึงทำให้รายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละตำนานแตกต่างกัน
                 จากการศึกษาท่ารำอย่างละเอียดจะเห็นว่าท่ารำที่สืบทอดกันมานั้น ได้มาจากความประทับใจที่มีต่อธรรมชาติ เช่น ท่าลีลาของสัตว์บางชนิด มีท่ามัจฉา ท่ากวางเดินดง ท่านกแขกเต้าเข้ารัง ท่าหงส์บิน ท่ายูงฟ้อนหาง ฯลฯ ท่าเกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ท่าพระจันทร์ทรงกลด ท่ากระต่ายชมจันทร์ ต่อมาเมื่อได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียเข้ามาก็มี ท่าพระลักษณ์แผลงศร ท่าพระรามน้าวศิลป์ และท่าพระพุทธเจ้าห้ามมาร ท่ารำและศิลปะการรำต่างๆ ของโนรา ท่าผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าเป็นต้นแบบของละครชาตรี และการรำแม่บทของรำไทยด้วย
              
                 ท่ารำโนรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้ที่ฝึกหัดนาฏยศิลป์ของภาคกลางแล้วจะรำท่าของโนราไม่สวย เพราะการทรงตัว การทอดแขน ตั้งวงหรือลีลาต่างๆ ไมเหมือนกัน ผู้ที่จะรำโนราได้สวยงามจะต้องมีพื้นฐานการทรงตัว ดังนี้
                - ช่วงลำตัว จะต้องแอ่นอกอยู่เสมอ หลังจะต้องแอ่นและลำตัวยื่นไปข้างหน้า ไม่ว่าจะรำท่าไหน หลังจะต้องมีพื้นฐานการวางตัวเช่นนี้เสมอ 
                - ช่วงวงหน้า วงหน้า หมายถึง ส่วนลำคอกระทั่งศีรษะ จะต้องเชิดหน้าหรือแหงนขึ้นเล็กน้อยในขณะรำ 
                - ช่วงหลัง ส่วนก้นจะต้องงอนเล้กน้อย การย่อตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การรำโนรานั้น ลำตัวหรือทุกส่วนจะต้องย่อลงเล็กน้อย นอกจากย่อลำตัวแล้วเขาจะต้องย่อลงด้วย

                  วิธีการแสดง การแสดงโนรา เริ่มต้นจากการลงโรง (โหมโรง) กาดโรงหรือกาดครู (เชิญครู) "พิธีกาดครู" ในโนราถือว่าครูเป็นเรื่องสำคัญมาก ฉะนั้นก่อนที่จะรำจะต้องไหว้ครู เชิญครูมาคุ้มกันรักษา หลายตอนมีการรำพัน สรรเสริญครู สรรเสริญคุณมารดา เป็นต้น

                  
            นาฏยศิลป์ไทยเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่สร้างสรรค์สุนทรียะด้านจิตใจและอารมณ์ให้กับคนในสังคมและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่สามารถสะท้อนวิถีชีวิตและกิจกรรมของคนในสังคม ทั้งที่เป็นกิจกรรมส่วนตัวและกิจกรรมส่วนรวม ดังพิการณาได้จากบทบาทของนาฏศิลป์ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทางด้านต่างๆ เช่น บทบาทในพิธีกรรมรัฐพิธีและราชพิธี การแสดงนาฏศิลป์ในพิธีกรรมต่างๆ สามารถแสดงถึงความเชื่อในพลังเหนือธรรมชาติของภูตผีปีศาจและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เช่น การฟ้อนรำ ในพิธีรำผีฟ้าเพื่อรักษาโรคหรือสะเดาะเคราะห์ของคนภาคอีสาน การฟ้อนผีมดผีเม็งในภาคเหนือ ที่จะมีผู้หญิงมาเข้าทรง เป็นต้น



บรรณาณุกรม

พื้นฐานนาฏยศิลป์ไทย
รูปภาพ
http://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000013502001.JPEG http://dmhost2.psu.ac.th/~artscul/images/20.jpg


พื้นฐานนาฏยศิลป์ไทย
http://www.oknation.net/blog/nanathaiart/2013/02/09/entry-2


ค้นคว้าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2558